การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง

การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง

การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง
การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง
การวัดแสง PAR/ลักซ์ในแปลง: ใช้ข้อมูลแสงเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ยังไง

ในโลกของ Smart AgriSystems ปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ‘แสง’ ครับ แม้พืชต้องการแสงในการสังเคราะห์แสง แต่แสงที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็ส่งผลต่อคุณภาพและผลผลิตได้ การใช้เทคโนโลยี IoT Sensor เข้ามาช่วยวัดค่าแสงจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Smart Farm ยุคใหม่

ความแตกต่างระหว่างค่า Lux และค่า PAR

ก่อนจะเริ่มติดตั้งระบบ เราต้องเข้าใจก่อนว่าข้อมูลแสงมี 2 ประเภทหลักที่นิยมใช้:

  • Lux (ลักซ์): เป็นหน่วยวัดความเข้มแสงที่สายตามนุษย์มองเห็น มักใช้สำหรับวัดระดับแสงทั่วไปในโรงเรือน
  • PAR (Photosynthetically Active Radiation): เป็นหน่วยวัดแสงที่พืชนำไปใช้ในการสังเคราะห์แสงจริงๆ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิต

การมีเซ็นเซอร์วัดแสงติดตั้งอยู่ในฟาร์ม จะช่วยให้เราทราบว่าพืชได้รับปริมาณแสงสะสมต่อวัน (DLI) เพียงพอหรือไม่ ซึ่งข้อมูลนี้เองที่นำไปสู่การตัดสินใจเปิด-ปิดไฟเสริม หรือการกางสแลนพรางแสงได้โดยไม่ต้องคาดเดา

แนวทางการนำข้อมูลแสงไปใช้ในฟาร์ม

เมื่อเราได้รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์แล้ว สิ่งที่ควรทำคือการนำมาประกอบกับ AI Farming เพื่อวางแผนการทำงาน:

  • จัดการเวลาการพรางแสง: หากเซ็นเซอร์แจ้งค่าแสงสูงเกินไปในช่วงเที่ยง ระบบอัตโนมัติสามารถสั่งกางสแลนเพื่อป้องกันพืชไหม้ได้
  • เสริมแสงในช่วงที่จำเป็น: ในวันที่เมฆมากหรือช่วงที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโต การใช้ข้อมูลแสงจะช่วยให้ระบบไฟเสริมทำงานเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้
  • วิเคราะห์แนวโน้ม: การบันทึกข้อมูลย้อนหลังช่วยให้ทราบว่าในแต่ละฤดูกาล ปริมาณแสงในแปลงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ช่วยในการวางแผนการปลูกในรอบถัดไป

โซลูชันหรือช่องทางดูเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นปรับเปลี่ยนฟาร์มสู่ระบบอัจฉริยะ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเซ็นเซอร์และการจัดการพลังงานในฟาร์มที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมเกษตรไทยโดยเฉพาะได้ที่ Dr. Green Energy ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการติดตั้งอุปกรณ์และการประยุกต์ใช้ IoT Sensor ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งระบบอัจฉริยะในฟาร์ม สามารถติดต่อได้ที่ โทร: 092-638-2229, 092-638-2723, 02-578-1559 หรือผ่าน LINE: @drgreen เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับหน้างานจริงของคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. จำเป็นต้องติดตั้งเซ็นเซอร์วัดแสงกี่จุด?

จำนวนจุดติดตั้งขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และประเภทพืชครับ หากเป็นโรงเรือนมาตรฐาน การติดตั้งกระจายตามจุดอับแสงจะช่วยให้ได้ค่าเฉลี่ยที่แม่นยำกว่าการติดเพียงจุดเดียว

2. ระบบ IoT Sensor ทนต่อความชื้นในฟาร์มได้ไหม?

อุปกรณ์สำหรับ Smart AgriSystems ควรเลือกที่ได้มาตรฐาน IP65 ขึ้นไปเพื่อให้ทนต่อฝุ่นและความชื้นในฟาร์มได้ดี ซึ่งเป็นจุดที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

3. ข้อมูลที่วัดได้ช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร?

การใช้ข้อมูลช่วยให้เราเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือจัดการสภาพแวดล้อมได้แม่นยำ ลดการใช้พลังงานในส่วนที่ไม่จำเป็น และลดความเสียหายของผลผลิตจากปัจจัยสภาพอากาศที่ควบคุมไม่ได้

Scroll to Top